กิจกรรมวันสุนทรภู่และต่อต้านยาเสพติด

ผู้เข้าชม : 95

















ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ ส่งผลให้เกิดประโยชน์ในหลายๆ ด้าน และคอมพิวเตอร์ยังก่อให้เกิดโทษกับผู้ใช้ได้ จึงควรใช้อย่างถูกต้องและมีวิจารณญาณ
ควรจะให้ลูกหัดว่ายน้ำก่อน 5 – 6 ขวบ หรือหัดว่ายน้ำตั้งแต่วัยอนุบาลนี่ล่ะครับ ดีที่สุด – – คือ คุณพ่อคุณแม่อาจจะไม่จำเป็นต้องให้เขาหัดตั้งแต่ ขวบสองขวบ กับคอร์สที่แพงๆ ก็ได้ครับ เอาว่ารอจนเรียนอนุบาล 1 ก่อนก็ได้ครับ (ความคิดเห็นส่วนตัวของผมเอง เพราะผมมองในเชิงของเรื่องค่าใช้จ่าย และการหาคอร์สเรียนด้วยน่ะครับ)งานวิจัยมีการสำรวจเด็กอายุต่ำกว่า 3 – 5 ปี จำนวน 7,000 คน ในประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา พบว่า – – เด็กที่หัดว่ายน้ำ มีผลการเรียนที่โรงเรียนดีกว่าเด็กที่ว่ายน้ำไม่เป็น – – ทั้งทักษะการพูด การอ่าน และคณิตศาสตร์ นั่นเป็นเพราะว่า การว่ายน้ำ นั้นนอกจากที่เด็กจะได้ทักษะการเอาตัวรอด และกล้ามเนื้อที่แข็งแรงแล้ว มันยังส่งผลดีต่อสมอง หลายๆ ประการครับ 1) การว่ายน้ำนั้นเป็นการออกกำลังกายที่ให้ผลดีต่อการไหลเวียนของเลือด ตลอดจนการเพิ่มออกซิเจนภายในร่างกายด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นผลดีต่อการพัฒนาสมอง เป็นอย่างมากครับ 2) การว่ายน้ำ เด็กจะต้องใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ พร้อมๆ กัน ทั้งสายตา มือ เท้า และการทรงตัว ซึ่งการที่สมองได้ฝึกที่จะใช้ประสาทสัมผัสหลายๆ อย่างพร้อมกัน จะทำให้เส้นใยสมอง (Neuron) เติบโต และพัฒนาเครือข่ายภายในสมองได้อย่างรวดเร็ว 3) การเรียนในระดับอนุบาล และประถมต้น เด็กๆ มักจะต้องใช้การตอบสนองในการทำกิจกรรมในชั้นเรียน เช่น การยกมือ การวิ่งออกมาหน้าห้อง การตอบสนองต่อเสียงนกหวีด หรือสัญญาณต่างๆ ตามที่ครูกำหนดกติกา เด็กที่ว่ายน้ำเป็น จะมีประสิทธิภาพในดารตอบสนองของประสาทสัมผัสหลายๆ ด้าน พร้อมๆ กันได้ดีกว่าน่ะครับ ทำให้เด็กที่ว่ายน้ำเป็น ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นรองในระหว่างการทำกิจกรรมการเรียนรู้ในห้องเรียน ทำให้เขาเรียนในห้องเรียนได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น ลองถ้าเด็กมีความมั่นใจในการเรียนแล้ว ผลการเรียนก็ไม่น่าจะใช่ปัญหาเลยนะครับ 4) การว่ายน้ำ เด็กต้องใช้สมาธิในการกำกับการเคลื่อนไหว และประสาทสัมผัสหลายๆ อย่าง ให้ทำงานควบคู่กัน ทำให้ดีต่อสมาธิของเด็กด้วยครับ ซึ่งจากงานวิจัยพบว่า การว่ายน้ำยังเป็นผลดีมากๆ กับเด็กที่มีอาการสมาธิสั้นอีกด้วยนะครับด้วยเหตุนี้ ผมจึงคิดว่า – – ให้ลูกหัดว่ายน้ำ ในชั้นอนุบาล – – นี่ล่ะครับ น่าจะดีต่อการพัฒนาสมองที่สุด นอกจากจะว่ายน้ำเป็นแล้ว ยังจะช่วยในเรื่องของการเรียนที่โรงเรียนอีกด้วยครับ
เรื่อง การจมการลอย กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 1. สามารถบอกความหมายของการจมและการลอยได้ 2.เพื่อฝึกทักษะการสังเกตและสำรวจ การจมและการลอย ของวัตถุได้ 3.สามารถคาดคะเนและทดลองการจมการลอยของวัตถุ 4.ลงความเห็นและอภิปรายเกี่ยวกับการจมและการลอยของวัตถุได้ สาระที่ควรเรียนรู้ การจมและการลอยของวัตถุ ประสบการณ์สำคัญ การจมและการลอยของวัตถุขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของวัตถุชิ้นนั้น ถ้าวัตถุใดที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำก็จะทำให้วัตถุนั้นลอยน้ำ แต่ถ้าวัตถุใดที่มีความหนาแน่นมากกว่าน้ำก็จะทำให้วัตถุชิ้นนั้นจมน้ำ การดำเนินกิจกรรม ขั้นนำ ขั้นที่ 1 ขั้นกำหนดปัญหา ครู: แนะนำกิจกรรมและอุปกรณ์พร้อมใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กอยากรู้ “เมื่อนำของเล่นหรือของใช้ไปลอยน้ำจะเกิดผลเหมือนกันหรือไม่ เด็กๆลองคิดดูซิคะ ขั้นที่ 2 ขั้นตั้งสมุมติฐาน เด็กๆ คาดเดาคำตอบที่น่าจะเป็นไปได้ของปัญหา เช่น เมื่อนำของเล่นที่เป็นพลาสติกไปลอยน้ำของเล่นจะลอยน้ำ ขั้นสอน ขั้นที่ 3 เก็บรวบรวมข้อมูล ให้เด็กทดลองการจมและการลอย ของเล่นและของใช้ที่ทำจากวัสดุต่างๆ เด็ก:ลงมือทำกิจกรรมอย่างอิสระ เด็กสังเกตและเก็บข้อมูลของการจามและการลอยของเล่นของใช้ต่างๆ ครู:คอยแนะนำและให้ความช่วยเหลือเมื่อเด็กต้องการ ขั้นที่ 4 ขั้นวิเคราะห์ข้อมูล ครูถามคำถามเพื่อกระตุ้นให้เด็กคิดหาเหตุผลจากกระบวนการทดลอง ดังนี้ 1.)ของเล่นและของใช้ที่เด็กนำมาทดลอง มีลักษณะอย่างไรบ้าง 2.) ของเล่นและของใช้ที่เด็กๆนำไปลอยน้ำ เด็กๆว่าของชิ้นจมน้ำและของชิ้นไหนลอยน้ำคะ 3)เด็กว่าสิ่งของต่างๆที่นำมาลอยน้ำ ทำไมถึงจมน้ำและทำไมถึงลอยน้ำคะ ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 ขั้นอภิปรายและลงข้อสรุป ของเล่นหรือของใช้ที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ จะทำให้วัตถุนั้นลอยน้ำแต่ถ้าวัตถุชิ้นไหนที่มีความหนาแน่นมากกว่าน้ำก็จะทำให้วัตถุนั้นจมน้ำ เช่น ช้อนอลูมิเนียมมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำ ก็จะจมน้ำ ฝาขวดน้ำที่ทำจากพลาสติกมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำก็จะทำให้ลอยน้ำ สื่อ/และแหล่งเรียนรู้ 1.อ่างแก้วใส่น้ำหรืออ่างพลาสติกใส 2.ของเล่นหรือของใช้ที่ทำจากวัสดุต่างๆ 3. แบบบันทึกข้อมูลการจมและการลอยของวัตถุ การประเมินผล 1.สังเกตการบอกความหมายของการจมและการลอย 2.สังเกตจากการร่วมกิจกรรม 3.สังเกตจากการตอบคำถามในการคาดคะเนของการจมและการลอยของวัตถุ 4.สังเกตการแสดงความคิดเห็นและอภิปรายเกี่ยวกับการจมและการลอยของวัตถุต่างๆ